info@hinothailand.com
บริษัท ฮีโน่มอเตอร์สเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “บริษัท” ตระหนักถึงความสำคัญในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้มอบ หรือ จะได้มอบไว้ให้แก่บริษัท ดังนั้น บริษัทจึงได้จัดทำนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ เพื่อแจ้งให้ท่านได้ทราบและเข้าใจถึงวิธีการปฏิบัติของบริษัทเกี่ยวกับการเก็บ รวบรวม ใช้ เปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
นโยบายฉบับนี้ ครอบคลุมข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้รับ หรือเก็บรวบรวมจากการที่ท่านเข้าเยี่ยมชม ซื้อสินค้าและบริการ สมัครสมาชิก ให้คำแนะนำ ติชม ร้องเรียน การทำแบบสำรวจ แบบสอบถาม หรือทำกิจกรรมอื่นใดเท่าที่จำเป็นผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท แอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือ ช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ และตัวแทนจำหน่ายของบริษัท ทั้งนี้ จะไม่ครอบคลุมถึงการใช้งานของท่านบนเว็ปไซต์ แอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือ ช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ ของบุคคลที่สามที่สามารถเชื่อมโยงมายังเว็ปไซต์ แอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือ ช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ของบริษัท และไม่ครอบคลุมถึงร้านค้าที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การดูแลของบริษัท ดังนั้น บริษัทจึงขอแนะนำให้ท่านได้โปรดอ่านนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ เพื่อรับทราบและทำความเข้าใจวิธีการ แนวทาง และวัตถุประสงค์ที่บริษัทได้เก็บรวบรวม ใช้และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
(1) “บริษัท” หมายถึง บริษัท ฮีโน่มอเตอร์สเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด
(2) “ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคล ซึ่งทำให้สามารถระบุตัวตนของท่าน หรืออาจจะระบุตัวตนของท่านได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรม
(3) “เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง บุคคลซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ในที่นี้ให้หมายถึง “ท่าน”
(4) “บุคคล” หมายถึง บุคคลธรรมดา ไม่รวมถึงนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย เช่น บริษัท, สมาคม, มูลนิธิ หรือองค์กรอื่นใด
(5) “เว็บไซต์ของบริษัท” หมายถึง เว็บไซต์ https://www.hinothailand.com/
(6) “ตัวแทนจำหน่ายของบริษัท” หมายถึง ตัวแทนจำหน่ายที่อยู่ภายใต้การดูแลของ บริษัท
ในขณะที่ท่านติดต่อบริษัทผ่านช่องทางการสื่อสารใดๆ ของบริษัท หรือตัวแทนของบริษัท บริษัทอาจมีความจำเป็นต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ดังต่อไปนี้
(1) ข้อมูลส่วนตัว ได้แก่ คำนำหน้าชื่อ, ชื่อ-นามสกุล, เพศ, วันเดือนปีเกิด, อายุ, หมายเลขบัตรประชาชน, หมายเลขหนังสือเดินทาง, เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร, สัญชาติ เป็นต้น
(2) ข้อมูลเพื่อการติดต่อ ได้แก่ หมายเลขโทรศัพท์, ที่อยู่ทางไปรษณีย์เพื่อจัดส่งสินค้า, ที่อยู่สำหรับระบุในใบเสร็จรับเงิน, ที่อยู่ทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-mail address), บัญชีผู้ใช้ในเว็บไซต์โซเชียล เป็นต้น
(3) ข้อมูลทางการเงิน ได้แก่ ช่องทางชำระเงิน ข้อมูลบัตรเดบิต/บัตรเครดิต
(4) ข้อมูลการทำธุรกรรมการซื้อขายสินค้าและบริการ ได้แก่ ข้อมูลเกี่ยวกับการรับชำระเงินจากท่าน/คืนเงินไป ยังท่าน, วันที่ชำระเงิน, เวลาชำระเงิน, ยอดชำระเงิน, หมายเลขการซื้อหรือคำสั่งซื้อ, วัน/เวลาในการรับหรือจัดส่งสินค้า, ข้อความตอบรับสินค้าจากท่าน, ข้อมูลการรับประกันสินค้า, คำร้องเรียนและข้อร้องเรียน และข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับ การซื้อสินค้าและบริการจากท่าน
(5) ข้อมูลการเป็นสมาชิก ได้แก่ รายละเอียดข้อมูลบัญชีสมาชิก, หมายเลขบัตรสมาชิก, คะแนนสะสม, ประเภทสมาชิก, วันที่สมัครสมาชิก, ระยะเวลาการเป็นสมาชิก และข้อมูลการเป็นสมาชิกอื่นๆ
(6) ข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรม ได้แก่ ข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมการซื้อสินค้า และบริการของท่าน และข้อมูลการตอบรับความพึงพอใจของท่านที่มีต่อการให้บริการของบริษัท
(7) ข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ ได้แก่ เชื้อชาติ, เผ่าพันธุ์, ศาสนา, ลายนิ้วมือ, ระบบจดจำใบหน้า, ข้อมูลสุขภาพหรือสภาพทางร่างกายหรือจิตใจ ข้อมูลทางพันธุกรรม ประวัติทางการแพทย์ ภาวะทุพพลภาพ และประวัติอาชญากรรม เป็นต้น
ทั้งนี้ บริษัทจะเก็บข้อมูลส่วนตัวของท่าน ตามความจำเป็นในการใช้งานตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนตัวฉบับนี้เท่านั้น โดยในการเก็บ รวบรวม ใช้ หรือ เปิดเผย ข้อมูลของท่านแก่บุคคลภายนอก บริษัทจะขอความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร หรือวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์จากท่านก่อน ซึ่งท่านมีสิทธิที่จะไม่ให้ความยินยอมในการใช้ข้อมูลส่วนตัวของท่านก็ได้ แต่อาจส่งผลให้บริษัทไม่สามารถให้บริการกับท่านสำหรับเรื่องนั้นๆ ได้
บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนตัวของผู้เยาว์ บุคคลเสมือนไร้ความสามารถ หรือ บุคคลไร้ความสามารถก็ต่อเมื่อได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครอง ที่มีอำนาจกระทำการแทนบุคคลดังกล่าวเท่านั้น ซึ่งได้แก่ ผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ (สำหรับผู้เยาว์) ผู้พิทักษ์(สำหรับบุคคลเสมือนไร้ความสามารถ) หรือผู้อนุบาล (สำหรับบุคคลไร้ความสามารถ) ในกรณีที่บริษัทได้ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนตัวของผู้เยาว์ บุคคลเสมือนไร้ความสามารถ หรือบุคคลไร้ความสามารถ โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองของบุคคลดังกล่าวโดยไม่มีเจตนา บริษัทจะดำเนินการลบข้อมูลดังกล่าวทันที ทั้งนี้ หากมีข้อกำหนดของกฏหมายอื่นๆ บริษัทอาจเลือกใช้ข้อมูลส่วนตัวบางส่วนของบุคคลดังกล่าวโดยไม่ได้รับความยินยอม ตามขอบเขตความจำเป็นของกฏหมายเท่านั้น
ทั้งนี้ ข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านมอบให้แก่บริษัทจะต้องเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วนสมบูรณ์ เป็นความจริง และไม่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด และท่านจะต้องแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้เป็นปัจจุบัน และแจ้งให้บริษัททราบเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงข้อมูลต่างๆ ผ่านช่องทางการติดต่อบริษัทที่ระบุไว้ในนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนตัวฉบับนี้ หากท่านเลือกที่จะไม่ส่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้บริษัท หรือเลือกที่จะเพิกถอนความยินยอมในการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน อาจส่งผลทำให้บริษัทไม่สามารถให้บริการแก่ท่านได้
บริษัทจะเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของท่านเท่าที่จำเป็น โดยได้รับความยินยอมจากท่าน หรือด้วยเหตุอันชอบด้วยกฏหมาย เพื่อวัตถุประสงค์ต่อไปนี้
(1) เพื่อใช้สำหรับการให้ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า บริการ โปรโมชั่น กิจกรรม หรือสิทธิพิเศษอื่นๆ ผ่านทาง email, SMS หรือวิธีการอื่นที่คุณได้ให้ความยินยอมไว้
(2) เพื่อจัดส่งเอกสาร จัดส่ง/รับคืนสินค้า หรือทำธุรกรรมทางการเงินระหว่างท่านกับบริษัท
(3) เพื่อนำไปใช้ในการวิเคราะห์ วิจัยตลาด เพื่อใช้ในการวางแผนการตลาด และปรับปรุงสินค้าและบริการของบริษัท ให้ตรงกับความต้องการของท่านมากขึ้น
(4) เพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆ ที่จำเป็นในการดำเนินธุรกิจของบริษัท และสร้างความสัมพันธ์ระหว่างท่านกับบริษัท
บริษัทอาจทำการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลภายนอกเท่าที่จำเป็น เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในนโยบายนี้ โดยบริษัทจะส่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบุคคลดังต่อไปนี้
(1) ตัวแทน บริษัทในเครือ หรือบริษัทที่เกี่ยวข้องที่ตั้งอยู่ภายในประเทศไทย หรือในต่างประเทศ
(2) ตัวแทน และผู้รับจ้าง หรือบุคคลภายนอก ที่มีส่วนในการให้บริการแก่ท่านและบริษัท เช่น ผู้ให้บริการขนส่งสินค้า, ผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคม, ที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญ, ผู้ให้บริการทางการตลาด เป็นต้น ซึ่งบริษัทจะมีมาตรการการควบคุมที่เหมาะสม เพื่อให้ท่านมั่นใจได้ว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะได้รับความปลอดภัย และได้รับการคุ้มครองตามกฏหมาย
(3) เจ้าหน้าที่ หรือ หน่วยงานของรัฐ เพื่อให้เป็นไปตามกฏ ระเบียบ ข้อบังคับของกฏหมายที่เกี่ยวข้อง
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ท่านในฐานะเจ้าของข้อมูล มีสิทธิดังต่อไปนี้
(1) สิทธิในการได้รับแจ้งให้ทราบเกี่ยวกับข้อมูลส่วนตัวที่เก็บรวบรวม วิธีการเก็บรวบรวม วัตถุประสงค์ในการนำข้อมูลส่วนตัวไปใช้ บุคคลที่จะได้รับข้อมูล และระยะเวลาที่จัดเก็บข้อมูล
(2) สิทธิในการขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนตัวของท่าน ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของบริษัท
(3) สิทธิในการขอให้ส่ง หรือโอนข้อมูลส่วนตัวของท่าน ไปยังผู้ควบคุมข้อมูลคนอื่นๆ ได้
(4) สิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของท่าน
(5) สิทธิในการขอให้ลบ หรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนตัวของท่าน เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้
(6) สิทธิในการขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนตัวของท่านไว้เป็นการชั่วคราว
(7) สิทธิในการขอให้บริษัทดำเนินการให้ข้อมูลส่วนตัวของท่านถูกต้อง สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน
(8) สิทธิในการร้องเรียนต่อบริษัท หรือคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หากท่านเห็นว่าสิทธิใดๆ ของท่าน ได้ถูกบริษัทละเมิด จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายกับท่านในฐานะเจ้าของข้อมูล
(9) สิทธิในการขอให้บริษัทเปิดเผยถึงการได้มาของข้อมูลส่วนตัวของท่าน ในกรณีที่ท่านไม่ได้ให้ความยินยอมไว้
ในกรณีที่ท่านต้องการใชัสิทธิดังกล่าว ท่านจะต้องแสดงความจำนงขอใช้สิทธิเป็นลายลักษณ์อักษรและบริษัทจะใช้ความพยายามอย่างดีที่สุด ที่จะดำเนินการตามคำขอของท่าน ภายในระยะเวลาที่เหมาะสม และไม่เกินกว่าที่กฏหมายกำหนด โดยบริษัทจะปฏิบัติตามกฏหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด การใช้สิทธิขอลบ ทำลาย ทำให้ข้อมูลส่วนตัวของท่าน เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ ขอให้ระงับการใช้ข้อมูลเป็นการชั่วคราว หรือการเพิกถอนความยินยอม อาจส่งผลให้บริษัทไม่สามารถให้บริการแก่ท่านในเรื่องที่เกี่ยวข้องได้
บริษัท จะจัดเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ ตามระยะเวลาเท่าที่จำเป็นสำหรับวัตถุประสงค์ ที่ได้ระบุไว้ในนโยบายนี้เท่านั้น ยกเว้น ในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้เก็บข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวในระยะเวลานานกว่านั้น และในกรณีที่พ้นระยะเวลาการจัดเก็บ หรือข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่มีความจำเป็น ทางบริษัทจะทำการลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้
บริษัทจะจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือ เปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และบริษัทจะทบทวนมาตรการดังกล่าว เมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไป เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม
บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบาย คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ ตามความจำเป็นและเหมาะสม โดยการแก้ไขเปลี่ยนแปลงใดๆ ทางบริษัทจะได้ประกาศและแสดงลงบนเว็ปไซต์ของบริษัท หรือด้วยวิธีการอื่นที่เหมาะสม
บริษัทใช้คุกกี้ในเว็บไซต์นี้ เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยแยกแยะรูปแบบการใช้งานเว็บไซต์ของท่านจากผู้ใช้งานอื่นๆ ซึ่งจะช่วยให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีจากการใช้งานเว็บไซต์ และช่วยให้เราสามารถพัฒนาคุณภาพของเว็บไซต์ให้ดียิ่งขึ้น กรณีที่ท่านใช้งานเว็บไซต์นี้ต่อไป ถือว่าท่านได้ยินยอมให้เราติดตั้งคุกกี้ไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของท่าน
หากท่านมีข้อสงสัยที่เกี่ยวข้องกับนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ หรือ ท่านประสงค์จะใช้สิทธิตามที่ระบุไว้ในข้อ 6. หรือประสงค์เพิกถอนความยินยอมให้เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านสามารถติดต่อได้ที่ บริษัท ฮีโน่มอเตอร์สเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (Data Controller) ที่ e-mail: datacontroller@hinothailand.com
หมายเลขโทรศัพท์: 02-900-5000
ที่อยู่ สำนักงานแห่งใหญ่ เลขที่ 212 หมู่ 4 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210
นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ ถูกจัดทำขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และถูกเผยแพร่ในรูปแบบของ ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ หากมีความไม่สอดคล้องในความหมายหรือการตีความระหว่างภาษาไทยและภาษาอังกฤษให้ยึดถือตามภาษาไทยเป็นหลัก
ประกาศ ณ วันที่ 26 พฤษภาคม 2563
เติมแอดบลู แต่ประหยัดกว่า
ต้องเติมแอดบลู เพิ่มอีกอย่าง แล้วมันจะประหยัดกว่าได้ยังไง?
แอดบลู (AdBlue®) คืออะไร เห็นรถบรรทุกฮีโน่ต้องเติม
แอดบลู ๆ ที่เราเรียกกันติดปาก จริง ๆ แล้ว ไม่ใช่ชื่อสารเคมี แต่เป็นชื่อทางการค้าที่จดทะเบียนโดย VDA (สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์เยอรมัน)
ใช้เรียกผลิตภัณฑ์ “น้ำยาบำบัดไอเสียดีเซล” หรือที่สากลเรียกว่า DEF (Diesel Exhaust Fluid)
ในทางเทคนิค แอดบลู คือสารละลายยูเรียบริสุทธิ์ 32.5% ผสมกับน้ำบริสุทธิ์ 67.5% ตามมาตรฐาน ISO22241 ถ้าผ่านมาตรฐานนี้สามารถเลือกใช้ได้เลยทุกยี่ห้อ
“ไม่ควรผสมเอง เนื่องจากต้องใช้ความบริสุทธิ์และสัดส่วนที่แม่นยำมาก”
ปลอดภัย – ไม่ใช่สารเคมีอันตราย
หลายคนพอได้ยินว่าแอดบลู มีส่วนประกอบเป็นยูเรีย ก็เริ่มกังวลทันทีว่า...“มันเป็นสารพิษหรือเปล่า? กัดกร่อนไหม? แล้วจะติดไฟหรือจะระเบิดได้ไหม?”
แต่จริง ๆ แล้ว แอดบลูไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดครับ หากโดนผิวหนัง ก็แค่ล้างด้วยน้ำเปล่า ก็ปลอดภัยแล้ว และแอดบลู ไม่จัดเป็นสารไวไฟ จึงไม่ติดไฟและไม่ระเบิด
เรียกได้ว่าปลอดภัยต่อผู้ใช้งานและสิ่งแวดล้อม มั่นใจได้ครับมาตรฐาน NFPA ระบุระดับความอันตรายไว้อย่างชัดเจน
รถใช้ แอดบลู สิดี
อย่างที่เคยบอกไป รถบรรทุกขนาดกลางและขนาดใหญ่ของฮีโน่ เราตั้งใจให้เครื่องยนต์เผาไหม้เต็มประสิทธิภาพ ไม่ต้องลดกำลังเพื่อผ่านมาตรฐาน ไอเสียที่ออกมาเลยจะเหลือ NOx

หน้าที่ของแอดบลูคือฉีดเข้าไปในระบบไอเสียเพื่อเปลี่ยน NOx ให้เป็นไนโตรเจนและน้ำ ก่อนปล่อยออกจากท่อไอเสีย
เราเลยได้รถบรรทุกที่มีสมรรถนะสูง ประหยัด และไอเสียที่สะอาด
คำถามคือ – มันประหยัดจริงไหม และบริหารจัดการยากหรือเปล่า อ่านให้จบ เรามีคำตอบให้ทุกข้อครับ
ประหยัด – แอดบลูที่เติม ถูกชดเชยด้วยน้ำมันที่ประหยัดขึ้น
เราได้ทำการทดสอบมาทุกรุ่นแล้ว ด้วยเงื่อนไขบรรทุกเต็มพิกัด วิ่งขนหนักตลอดเส้นทาง ด้วยความเร็วเฉลี่ย 60 กม./ชม.

ต่อให้ต้องเติมแอดบลู ก็ยังประหยัดกว่ารถที่ไม่เติมแอดบลูอยู่ดี
*คำนวณจากผลการทดสอบภายในของบริษัทฯ ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด โดยอ้างอิงข้อมูลรถยูโร 5 ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เดียวกัน ผลลัพธ์จากการใช้งานจริงอาจแตกต่างกันตามรุ่นรถ น้ำหนักบรรทุก สภาพเส้นทาง และพฤติกรรมการขับขี่
บริหารจัดการง่าย – ไม่ยุ่งยาก
แอดบลูจริง ๆ แล้ว ใช้น้อยมาก เติมก็ง่าย สามารถคำนวณได้จากอัตราสิ้นเปลืองที่ค่อนข้างแน่นอนตามลักษณะการใช้งานของท่าน ส่งผลให้สามารถวางแผนการเติมล่วงหน้าได้ ไม่ยาก ไม่ต้องเดา จึงไม่แนะนำให้สต็อกไว้เยอะ ถ้าต้องการสต็อกให้จัดเก็บในที่ร่ม อากาศถ่ายเทสะดวก โดยอุณหภูมิประเทศไทยเก็บได้ 1 ปี
แอดบลูไม่จำเป็นต้องตุนไว้ หาซื้อได้ง่าย ให้เราตุนให้แทนเถอะครับ หมดเมื่อไหร่แวะมาซื้อที่ฮีโน่ได้เลย ของเรามีพร้อม ราคาถูก
“เติมแอดบลูไม่ยุ่งยาก ช่วยให้รถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและประหยัด”
ใครบอกเติมแอดบลูไม่ดี ผมตีเก๊หมดครับ
ก่อนเชื่อใครพูด ขอให้กลับมาดูผลทดสอบและข้อเท็จจริงเสมอครับ
ต้องเติมเพิ่ม ต้องดูแลเพิ่ม...แล้วทำไม HINO ถึงเลือกใช้?
เปลี่ยนผ่านสู่มาตรฐานยูโร 5
ตั้งแต่มาตรฐานยูโร 5 เริ่มบังคับใช้ มีมลพิษในไอเสียที่ต้องควบคุมหลัก ๆ อยู่ 2 ตัว คือ ฝุ่นละออง (PM) และก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ (NOx) ทำให้ค่ายรถแต่ละค่ายต้องพัฒนาเครื่องยนต์ และระบบบำบัดไอเสียของตัวเอง เพื่อให้รถของตัวเองผ่านมาตรฐาน

ไม่มีผิด ไม่มีถูก ในการเลือกว่าจะใช้ระบบไหน เพราะแต่ละระบบก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกัน
ฮีโน่เลือกใช้ SCR กับรถบรรทุกขนาดกลางขึ้นไป
เราเลือกที่จะออกแบบให้เครื่องยนต์ทำงานเต็มประสิทธิภาพก่อน เพื่อให้แสดงสมรรถนะ และความประหยัด ออกมาได้อย่างเต็มที่
จากนั้นเหลือไอเสียตัวไหน เราค่อยเลือกอุปกรณ์มาบำบัดทีหลัง ซึ่งการทำแบบนี้ไอเสียที่ออกมาจะเหลือแค่ NOx ที่จะถูกบำบัดที่หม้อพัก SCR โดยการฉีดแอดบลูเข้าไปทำปฏิกิริยา

ผลที่ได้คือ “รถที่มีสมรรถนะสูง ประหยัด และไอเสียที่สะอาด” จึงไม่แปลกที่แบรนด์รถชั้นนำเลือกใช้ระบบ SCR
สำหรับรถขนาดเล็กเราเลือกใช้ EGR + DPR
รถบรรทุกขนาดเล็กเราสมรรถนะสูงอยู่แล้ว เราจึงสามารถเลือกใช้ระบบนี้ได้ โดยระบบ EGR จะเป็นการวนไอเสียส่วนหนึ่งไปเผาไหม้ซ้ำ อุณหภูมิเผาไหม้จะลดลง ส่งผลให้ค่า NOx ต่ำ สิ่งที่ออกมาจากเครื่องยนต์จะมีแค่ PM ที่จะถูกเก็บและเผาโดยระบบ DPR ซึ่งจะมีโหมดเผาเขม่าอัติโนมัติ และสามารถกดเผาเองได้ เมื่อระดับเขม่าสูงขึ้น

ผลที่ได้คือ “รถที่สมรรถนะดี ไม่เสียพื้นที่ข้างคัสซี ไอเสียสะอาด” และให้สังเกตว่าทุกรุ่นของฮีโน่ ไม่มีรุ่นไหนสมรรถนะลดลงเลย
แอดบลูคืออะไร ตัวแปรสำคัญของยูโร 5
แอดบลู หรือที่ชื่อทางการว่าน้ำยาบำบัดไอเสียดีเซล คือสารละลายยูเรียบริสุทธิ์ 32.5% ผสมกับน้ำบริสุทธิ์ 67.5% ตามมาตรฐาน ISO 22241 เพื่อให้เหมาะกับระบบ SCR โดยเฉพาะ

ห้ามผสมใช้เองเด็ดขาด เพราะหากอัตราส่วนหรือความบริสุทธิ์ผิดมาตรฐาน สารปนเปื้อนอาจไปอุดตันที่หัวฉีด ทำให้ระบบพังเสียหาย
แน่นอนว่าค่าซ่อมแพงกว่าค่าซื้อแอดบลูมาก บอกเลย ไม่คุ้มแน่นอน
แอดบลูทำงานอย่างไร?
เมื่อเครื่องยนต์ใช้ระบบ SCR การเผาไหม้จะถูกปรับให้สมบรูณ์ขึ้น เครื่องแรงขึ้น แทบไม่มีควันดำให้เราเห็นเลย แต่การเผาไหม้ที่สมบรูณ์มาก ก็แลกมาด้วย NOx ที่สูงขึ้นตามไปด้วย
“นี่คือจุดที่ SCR และแอดบลู เข้ามามีบทบาทสำคัญ”
หลังไอเสียออกจากเครื่องยนต์ ระบบ SCR จะฉีดแอดบลูเข้าไปในท่อไอเสีย ความร้อนจะเปลี่ยนแอดบลูให้เป็นแอมโมเนีย (NH₃) ซึ่งทำปฏิกิริยากับ NOx ภายในชุด SCR เปลี่ยนให้กลายเป็นไนโตรเจนและน้ำ ก่อนปล่อยออกสู่บรรยากาศ

แอดบลูคือตัวแปรสำคัญ ที่ทำให้รถบรรทุกขนาดกลางและขนาดใหญ่ของฮีโน่ ผ่านมาตรฐานยูโร 5
แอดบลูปลอดภัย
ต่อให้บอกว่าแอดบลูปลอดภัยต่อผู้ใช้งานและสิ่งแวดล้อม แต่เชื่อว่าหลายคนพอได้ยินว่า แอดบลู มีส่วนประกอบของ “ยูเรีย” ก็คงอดกังวลไม่ได้ว่า...แล้วมันปลอดภัยจริงหรือ? แค่บอกว่าปลอดภัยลอย ๆ คงไม่ได้ มันต้องมีอะไรอ้างอิง ซึ่งแน่นอนครับว่ามีอยู่แล้ว...
สารเคมีทุกชนิดมี “บัตรประจำตัว” บอกความอันตรายตามมาตรฐานสากล หนึ่งในนั้นคือ NFPA จาก “สมาคมป้องกันอัคคีภัยแห่งชาติสหรัฐฯ”
ใช้เพชร 4 สี ให้คะแนน 0-4 น้ำเงินวัดความอันตรายต่อสุขภาพ แดงวัดความไวไฟ เหลืองวัดความเสถียร ขาววัดความอันตรายจำเพาะ ยิ่งเลขน้อยยิ่งความอันตรายต่ำครับ

ระดับความอันตรายของแอดบลู
ตัวเลขยิ่งสูง ยิ่งอันตราย และบอกเลยว่า “ดีเชล” มีตัวเลขสูงกว่านี้ครับ
ไม่ใช่แค่ฮีโน่ที่บอกว่าแอดบลูปลอดภัย แต่ทั่วโลกประเมินแล้วว่า “แอดบลูมีความอันตรายอยู่ในระดับที่ต่ำมาก”
ใช้แอดบลูน้อยมากจริง ๆ
วันนี้ผมจะมาเปิดอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันและแอดบลูให้ดูเลย ว่าเป็นเท่าไหร่ และเมื่อเทียบการใช้กับน้ำมันแล้ว คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์
*คำนวณจากผลการทดสอบภายในของบริษัทฯ ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด โดยอ้างอิงข้อมูลรถยูโร 5 ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เดียวกัน ผลลัพธ์จากการใช้งานจริงอาจแตกต่างกันตามรุ่นรถ น้ำหนักบรรทุก สภาพเส้นทาง และพฤติกรรมการขับขี่
ใช้น้อยมากจริง ๆ รถบรรทุกขนาดใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ 5% รถบรรทุกขนาดกลางอยู่ที่ 2% ของน้ำมันเชื้อเพลิง
พิสูจน์จริง ให้เห็นกับตา
ฮีโน่ไม่ได้พูดลอย ๆ ครับ เราเอารถทุกรุ่น ลงสนามพิสูจน์อัตราสิ้นเปลืองกันจริงจัง ด้วยเงื่อนไขที่ไม่ปล่อยให้มีช่องโหว่ ผมเล่าให้ฟังทีละขั้นเลย

เงื่อนไขการทดสอบที่เข้มข้น
บรรทุกเต็มพิกัด – ใส่ถุงทรายจริง น้ำหนักจริง วิ่งจริงทุกคัน
FC = 10.4 ตัน
FG = 15 ตัน
FL, FM = 25 ตัน
UM = 50.5 ตัน
ระยะทางทดสอบไม่ต่ำกว่า 400 กม. – พอที่จะเห็นพฤติกรรมจริง
ความเร็วคงที่ 60 กม./ชม. ตลอดเส้นทาง – บรรทุกหนักเต็มพิกัดตลอดเส้นทาง
เครื่องมือที่ใช้วัดมีความละเอียดสูงมาก ถึงระดับที่เถียงไม่ได้
น้ำมัน – วัดด้วยโฟลว์มิเตอร์ ละเอียดถึงหน่วยมิลลิลิตร
แอดบลู – เติม 15 ลิตร ก่อนออกวิ่ง วิ่งเสร็จแล้วถ่ายออกมาตวงด้วยบีกเกอร์ คำนวณย้อนกลับว่าใช้ไปจริงกี่ลิตร
ระยะทาง --วัดด้วย GPS ตัดปัญหาเรื่องเรือนไมล์คลาดเคลื่อนไปได้เลย ไม่มีข้อครหาเรื่องตัวเลขไม่ตรงจริง

“พิสูจน์หลักฐานได้ เราถ่าย VDO ไว้ให้ชมใน YouTube ช่อง Hino Engineering Thailand”
บรรทุกจริง วิ่งจริง วัดจริง ผลทดสอบที่ได้ จึงสะท้อนค่าการใช้งานจริงอย่างแน่นอน
รถฮีโน่ต้องเติมแอดบลู แต่คุ้มค่ากว่าเดิม
ต้องเติมเพิ่ม แต่ประหยัดเงินกว่า นี่คือเรื่องจริง เพราะเรทน้ำมันประหยัดกว่ารถยูโร 3 ที่ไม่ได้เติมแอดบลูแบบชนะขาด

*คิดที่ ราคาน้ำมัน 38.39 บาท/ลิตร · แอดบลู 39.00 บาท/ลิตร ณ วันที่ 31 ส.ค. 69
นี่ล่ะที่ฮีโน่เลือกใช้ นอกจากสมรรถนะที่ดี ยังช่วยเซฟเงินของคุณในทุกกิโลเมตรที่รถวิ่ง
บริหารจัดการง่าย – ไม่ยุ่งยาก
หลายคนกลัวว่าต้องเติมแอดบลูแล้วจะยุ่งยาก ต้องคอยสต็อกเยอะ ๆ ไว้ก่อน แต่จากประสบการณ์ที่คุยกับลูกค้าจริง คำตอบกลับตรงกันข้าม ลูกค้าส่วนใหญ่แทบไม่สต็อกเลย หรือสต็อกปริมมาณน้อยมาก

เหตุผลง่ายมาก แอดบลู 1 ถัง ขนาด 59 ลิตร วิ่งได้หลายพันกิโลเมตรอัตราการใช้จึงคำนวณล่วงหน้าได้แม่นยำ ลูกค้ารู้เองว่าเดือนนึงใช้กี่ลิตร ก็สต็อกไว้แค่พอใช้ ไม่ต้องตุนเผื่อ
ถ้าจะสต็อกไว้บ้าง ก็ให้เก็บไม่เกิน 1ปี ในที่ระบายอากาศดี ไม่โดนแดดโดยตรง ไม่โดนความร้อนสูง และใช้หลักมาก่อนใช้ก่อน (FIFO, First In First Out)
วิธีเติมก็ไม่ยาก มีแกลลอนขนาด 10 ลิตร และ 18 ลิตรให้เลือก พร้อมกรวยสำหรับเติม เติมได้เร็ว ไม่กระเด็นโดนมือสักหยด
แอดบลูเติมง่าย ใช้น้อย ไม่ต้องตุนเยอะ ถ้าหมดก็หาซื้อได้ง่ายที่ตัวแทนจำหน่ายฮีโน่ทั่วประเทศ
บทสรุป
รถฮีโน่เลือกใช้ระบบ SCR ที่ต้องเติมแอดบลู ด้วยความตั้งใจ
แอดบลูไม่ใช่สารอันตราย
ง่ายต่อการบริหารจัดการ และจัดเก็บ
สรุปเลย ผมอยากถามคนที่บอกว่า “เติมแอดบลูแล้วเปลือง” มันเปลืองตรงไหน ? ช่วยชี้แจงหน่อยครับ
ผลทดสอบมันบอกทุกอย่างชัดแล้วนี่ครับ...
Powered by Froala Editor
Powered by Froala Editor
Powered by Froala Editor
Powered by Froala Editor
Powered by Froala Editor
Copyright ©2020 HINO MOTORS SALES THAILANDรับทำเว็บไซต์ by SiNGHADEVELOP CO.,LTD.